วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Update my Life

                                                       
                                                 (◡‿◡   )  ⓛⓞⓥⓔ   (◕‿◕✿)


Blog นี้เกือบจะเป็น Blog ล้างเสียแล้ว เหตุเพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่

...เอ่อ ..ปี 2010 -_-" ต้องขอโทษ blog ล้างแห่งนี้อย่างสุดซึ้ง หากเป็นบ้าน

ก็เรียกได้ว่าปลวกกินกันไปยันหลังคาแล้ว

(ดีนะปลวกไม่กินกระเบื้อง ไม่งั้นหลังคาคุ้มฝนก็ไม่เหลือ)

จึงต้องมาปัดกวาดหยากไย่กันซะหน่อยตอนนี้ย้ายที่ทำงานใหม่มาได้ 2 เดือนกว่าแล้ว

เป็นบริษัทในฝันตรงที่ อยู่ใกล้บ้านมากสามารถเดินไปทำงานได้ อารมณ์ประมาณ

การ์ตูนญี่ปุ่นที่ เอริต้องเดินไปโรงเรียนและไปแอบเจอเคนคุงระหว่างทางได้

อย่างเนียนๆ ตอนนั้นเคยคิดว่าถ้าเป็นที่ประเทศไทย แล้วมาเดินนวยนาด

รับไอแดดยามเช้า นังเอริแกได้เหงื่อโทรม หัวเปียกไปเจอหน้าพี่เคนแน่หึหึ

เท่านั้นยังไม่พอ พอถึงกลางวันก็เปลี่ยนมารับบทวัลลียอดกตัญญู

เดินกลับบ้านมาหาข้าวให้ยายกิน

แต่เปลี่ยนเป็น ขอข้าวที่บ้านกินแทน ถึงแม้บริษัทจะเข้าแปดโมง แต่ก็สามารถ

ตื่นแปดโมงไปทำงานได้อย่างไม่น่าเกลียด ? (ได้ข่าวยังไม่พ้นโปร  O_o')

เลิกงานก็ไม่ต้องรีบร้อนเบียดเสียดกลิ่นเหงื่อไคลบนรถเมล์

โหนต่องแต่งเป็นชะนีกลับบ้าน

เงินเดือนก็ไม่น่าเกลียดอะไร ถือว่าโอเคอยู่เหมือนกัน และยังมีเวลามานั่งแต่งนิยาย

(และอัพบล็อกซะที) อีกด้วย ความคืบหน้าของนิยาย ตอนนี้แต่งจบไปสองเรื่องแล้ว

กำลังเขียนภาคเสริมของเรื่องที่สองอยู่ และยังมีนิยายแปลของไต้หวัน

ที่ขนซื้ออีกมากมาย


ที่ยังไม่ได้อ่าน (/-''-)/ ┴┴   เรื่องใหม่มันก็ออกมาล่ออีกแล้ว

ประหยัดค่าเดินทาง+ค่าข้าว

มาหมดกับเรื่องแบบนี้สินะ ป.ล. ช่วงนี้สตาร์บัคซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ฟาดกรุไป

ได้อีกรายการสินะ T^T เอาน่า ถ้าไม่ใช่เงินเสียบ้างค่าเงินมันจะลดลงเรื่อยๆ นะเออ

สรุป ชีวิตในตอนนี้ ถือว่าปกติสุขดีค่ะ ถ้าไม่นับเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยนิดหน่อย

ให้ได้คุ้มค่ากับประกันสังคมที่จ่ายไปน่ะนะ 

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ (2)

ต่อจาก ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ(1)



              ซึ่งเมื่อส่งไปแล้ว ก็ไม่ได้ติดตามผล เว็บอะไรยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทว่าหลังจากนั้น เป็นปี เราก็ได้เห็นบทความนี้ อีกครั้ง ในรูปแบบของ forward mail *0* โอ้ววว ว แค่ชื่อเรื่องก็สะดุดหูแล้ว ทว่าเนื้อหา แปลกประหลาดขนาดนี้ ย่อมต้องจำได้อย่างแน่นอน แต่ทว่า ชื่อ บทความ มันไม่ใช่นี่หว่า ...แต่เนื้อหานี่มัน ใช่เลย ก็เลยลองเสิร์ทหา ดูในพี่กลู  ใครเลยจะรู้ ว่าบทความนี้ก็ฮิตเหมือนกันแฮะ มีแปะอยู่หลายที่ และแต่ละที่ ไม่บอกที่มาของบทความ ? ไม่ให้เครดิตแก่ผู้แต่ง(ซึ่งก็คงไม่รู้ว่าใคร) อย่างน้อยอาจจะบอกว่าเป็นบทความที่ตัวเองไปเจอมาก็ยังดี 
             บางคนทำไม่รู้ไม่ชี้ ก๊อบมาเหมือนตัวเองเป็นคนเขียนซะอย่างนั้น แม้จะเคืองอยู่บ้าง แต่ก็คิดว่า การที่หลายๆ คนได้อ่านบทความที่เราเขียนก็ถือว่าเราได้รางวัลอย่างหนึ่ง  ถ้าเขาอ่านแล้วรู้สึกดี ก็ทำให้เรารู้สึกดีไปด้วย หลายครั้งที่เห็น  comment ที่ชอบบทความนี้ ชื่นชมผู้เขียน(ที่แอบอ้างไป) ก็ได้แต่ตื้นตันใจอยู่ในมุมมืด T^T แม้บางคนจะเอาบทความไปดัดแปลงบ้าง แล้วเนียนเป็นของตัวเอง แอบใส่คำใหม่เล็กๆ น้อยๆ ลงไปแล้วถือว่าเป็นคนแต่ง *0* แต่เราก็ปล่อยๆ เรื่องนี้ไป แต่มีอยู่บทความหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกไม่ดีที่สุด จนต้องมาระบายใน blog อยู่นี้


Credit : www.love4home.com

คำว่า “รัก” สั้นแต่บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้คำๆ นี้ อีกหลายๆ คนก็ต้องเสียอนาคตและบางคนถึงกับต้องจบชีวิตของตนเองก็เพราะคำนี้ ในขณะที่อีกหลายๆ คนดูเหมือนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้คำว่า “รัก” มีชีวิตครอบครัวที่ใครๆ อิจฉา แต่จริงๆแล้วเจ้าตัวไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับพยายามดิ้นรนเพื่อเรียนรู้คำว่า “รัก” จนครอบครับสับสนวุ่นวาย ผมเชื่อว่าคนที่เกิดมาทุกคนนอกจากความรักที่ได้รับจากคุณพ่อคุณแม่และญาติ พี่น้องแล้วพวกเขาก็สนใจที่จะเรียนรู้คำว่า “รัก” อยู่ตลอดชีวิต ผมมีนิทานที่จะเล่าให้ฟังครับ หวังว่าเมื่ออ่านจบแล้วพวกเราคงได้เข้าใจและเรียนรู้คำว่า “รัก” ได้มากขึ้น เรื่องมีอยู่ว่า....

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมรั้ว เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

..วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง..

..วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก็มีปลาทองออกมาจากเมล็ด นั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู

..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ

..วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่แรงกล้า

...วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด และดูแลต้นไม้ เธอรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน เธอทิ้งต้นไม่นั้นไว้โดยไม่สนใจมันอีก..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสี เหลือง ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก
..วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วย ความหวัง

..วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

..วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาด ใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีแดงเล็กๆรูป ร่างคล้ายหัวใจ... เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง

..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีแดงนั้นทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะกลายเป็น อะไรต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอเพียงทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีแดงรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!!
..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย......

" คุณรู้หรือยังว่า
ดอกไม้สีแดงรูปหัวใจกลายเป็นอะไร ? "

เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก และในที่สุดเธอเรียนรู้ว่า

1. ต้นไม้แห่งความรัก หากรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่จัด และดูแลต้นไม้มากจนเกินไปไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโต แต่มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง อาจดูน่าสนใจแต่สิ่งที่ได้มานั้นจะนำมาซึ่งความผิดหวัง เสียใจก็เป็นได้

2. การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บ ปวดมากเท่านั้น และถึงแม้เราจะยอมรับที่จะสูญเสียแต่ก็ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้

3. ช่วงแห่งการดูใจกันหากจะรักใคร จงปลดปล่อย "คนที่รัก" ให้เป็นอิสระ หากรักนั้นย้อนกลับมา รักนั้นก็คือของเราและจะเป็นของเราตลอดไป หากรักนั้นมิได้กลับมา รักนั้นก็มิได้เป็นของเราตั้งแต่แรก

4. การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป

5. ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรักแท้ เพราะ รักเริ่มต้นใหม่ได้ด้วย
-การรู้จักให้อภัย รู้จักลืมสิ่งที่เคยผิดพลาดระหว่างกัน
-การ รู้จักขอโทษ และไม่พยายามทำผิดอีก
-ความอดกลั้น อดทน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน
-ความเข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วปรับความเข้าใจใหม่อยู่เสมอ
-ความไว้ วางใจกัน ต่างต้องรู้จักเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก เพราะว่า ต้นไม้ใดๆ ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้
- ความเสียสละ ไม่ยึดติด ไม่เรียกร้อง และปราศจากเงื่อนไข

คุณล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในคำว่า "รัก".....
และคำว่า "รัก" ของคุณเป็นเช่นไร ?

ดอกไม้สีขาวของตูไฉนกลายเป็นแดงไปได้ ? ข้อสรุปทั้ง 5  โดยเฉพาะข้อ 5 มันไม่ใช่นี่หว่า (ถึงแม้ข้อ  อื่นจะใกล้เคียง แต่ก็ถูกแต่งเติมไปมาก) แถมเขาได้เครดิตด้วยนะ *0*
แต่เอาเถอะ อย่างน้อยเราก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำมาตั้งแต่เห็นบทความตัวเองถูกเผยแพร่ โดยมีชื่อคนอื่นเป็นคนแต่งแล้ว นั่นคือ ได้บอกออกไปซะทีว่าบทความนี้ ข้าพเจ้าเป็นคนร่างมันขึ้นมาเอง ที่บอกว่าร่างนี้เพราะใช้วิธีด้นสดจริงๆ ไม่มีเซฟเก็บไว้เกลาแต่อย่างใด  จึงมีความรู้สึกว่า ภาษายังไม่ถูกใจเท่าไหร่ และอาจมีบางคนจับผิดว่าเราขี้ตู่ เอาผลงานลึกลับไม่มีที่มาที่ไปมาเป็นของตัวเอง -_-“ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เวลาไปเจอ blog คนอื่น หรือเว็บสาธารณะอื่น โพสบทความตัวเองไว้ แล้วแอบอ้างว่าเป็นคนแต่ง (มันคงไม่คิดว่าเจ้าของเขาจะมาเจอ) แล้วไม่อยากจะไปเม้นท์ว่า นี่มัน บทความเค้าเอง เพราะไม่อยากจะไปทะเลาะกับเจ้าของกระทู้ หรือ พลพรรค ที่หลับหูหลับตาเข้าข้างเจ้าของกระทู้ เพียงเพราะเป็นเพื่อนกัน รู้จักกันมานานในโลกออนไลน์(?) เขาไม่ทำแบบนั้นหรอกแกอย่ามาแอบอ้าง สร้างกระแส เม้าท์มอยส์ ใส่ร้ายนะยะ
           
            อย่างน้อยบทความนี้ ก็ได้บอกที่มาที่ไป ของบทความ 365 วัน ......แหละว่าเป็นมาอย่างไร และใครเป็นคนแต่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งที่อยากบอกและเป็นความคิดที่ขัดแย้งในใจตัวเองอยู่เหมือนกันในการจะบอกเรื่องนี้ออก
สื่อ ก็คือ
            บทความ ไม่สำคัญว่ามีแหล่งที่มาจากไหน ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าผู้แต่งคือใคร เพียงแต่คุณอ่านมันแล้วชอบหรือไม่ แค่ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อบทความแค่นั้นผู้เขียนก็ซาบซึ้งแล้วค่ะ

By Honey Be Love

ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ (1)

ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ > เปรียบได้กับการอ่านบทความที่ไม่ลงชื่อผู้แต่งไว้ ทำให้เราไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ประพันธ์บทความนี้ และเจ้าของบทความก็ไม่รู้ว่ามีใครบ้างที่อ่านบทความของเขา สองฝ่ายต่างไม่รู้จักกันแต่มีความรู้สึกร่วมกันผ่านบทความ เป็นเรื่องอัศจรรย์ในโลกออนไลน์ที่น่าพิศวงจริงๆ ค่ะ

การที่ใครสักคนจะเข้ามาหาบทความต่าง ๆ ในโลกอินเตอร์เน็ต อ่านเพิ่มความรู้ หรือ ใช้เป็นกำลังใจในเรื่องอะไรก็ตาม หากมันช่วยทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ ต่อบทความและเลยไปถึงเจ้าของบทความด้วยก็คงจะดีไม่น้อยนะคะ

เราก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่เคยเขียนบทความไว้หลายบทความ แต่อาจไม่มีใครรู้ว่าหนึ่งในบทความเหล่านั้นมีเรื่องนี้อยู่ด้วย
365 วัน .... (ที่จุดๆ ไว้เพราะเขียนไว้ตั้งแต่ปี 46 ค่ะ บอกตรงๆ ว่าจำไม่ได้เหมือนกัน) 365 วันกว่าจะรู้จักคำว่ารัก < แต่อันนี้น่าจะใกล้เคียงสุด หรือมันคือ อันนี้เลยก็จำไม่ได้เหมือนกัน หลายคนคงงงว่า บ๊ะ ! ชื่อ บทความเอ็งยังจำไม่ได้ แล้วจะมาตู่ เอาว่าเป็นคนเขียนได้ยังไงกันฟะ

ถ้าอย่างนั้นมาพูดถึงบทความนี้กันดีกว่าว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

เรื่องนี้เริ่มต้นที่ห้องคอมพิวเตอร์ ของภาควิชา บริหารธุรกิจเกษตร (ทางการไปหรือเปล่า?) วันนั้นเป็นวัน Present Project จบ ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งมีความกระตือรือร้นมากถึงขั้น เปิดเว็บฯดูเล่น (?) ขณะรอกลุ่มอื่น present และแล้วก็ได้กดมั่วซั้วไปเข้าเว็บไซต์หนึ่งเข้า ซึ่งตอนนั้นมีประกวดบทความชิงรางวัล
ตอนนั้นเข้าไปล็อกอินด้วยชื่ออะไรก็จำไม่ได้ รู้เพียงว่าพอเปิดหน้าที่ทางเว็บเปิดไว้ให้โพสบทความได้ ก็พิมพ์มันสดๆ ลงไปในนั้นเลย ไม่มีการลองพิมพ์ใน word หรือ notepad ก่อนแต่อย่างใด เพราะไม่ได้เตรียมตัวไปคว้ารางวัลอะไรขนาดนั้น อารมณ์ตอนนั้นแค่ครึ้มอกครึ้มใจ อยากพิมพ์บทความเกี่ยวกับความรัก ก็แค่นั้น ใจความดังว่า....



เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้นเธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาพินิจ....พร้อมกับ อยากรู้ว่ามันจะงอกขึ้นมาเป็นอะไร? ดังนั้น
วันที่ 1
*เธอจึงนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่...แล้วรอคอยวันที่มันจะเติบโตด้วยความที่เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตไวไวเธอจึงรดน้ำจนล้นกระถาง

วันที่ 2
            เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น   ทันใดนั้น.ก็มีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้นเด็กหญิงเอาปลาทองตัวนั้นใส่ไว้ในโหลและเธอคิดว่า เธอคงรดน้ำมากเกินไปดังนั้นเธอจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าคอย

วันที่ 3
            เธอเปิดเตาอบออกมาดู และก็เห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้นมันมองมาที่เธอและก็เริ่มเดินตามเธอตลอดเวลาแล้วเด็กหญิงก็มีความคิดว่าเธอควรจะใส่ปุ๋ยให้มันแล้วเธอก็เริ่มเทปุ๋ยใส่ต้นไม้นั้นจนหมดถุง และ...ก็ตั้งตารอ

วันที่ 4
            มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกเป็นโบว์สวยให้กับลูกไก่ในแต่ละวันที่ผ่านไป...เธอจะเฝ้าคอยด้วยความหวังว่า....จะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีกไหม? ...เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด

วันที่ 30
            เด็กหญิงเริ่มเบื่อที่จะรดน้ำและดูแลต้นไม้ต้นนั้นเธอไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อนเพราะเหตุนั้นต้นไม้ก็เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลืองและแล้วก็ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชนั้นอีก...

วันที่ 180
            ใบไม้ที่ติดตามขั้วเริ่มแห้งกรอบดินที่เคยชุ่มเริ่มแตกระแหงเพราะขาดน้ำเหมือนเมื่อครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน...เมื่อเธอมาดูอีกครั้งต้นไม้ก็เหี่ยวเฉาจนเกือบจะตายเธอจึงเศร้าเสียใจอย่างมาก

วันที่ 250
เด็กหญิงกลับมาให้ความสนใจต้นไม้นั้นอีกครั้ง เธอเริ่มรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะและมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

วันที่ 251
            เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้า ด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง

วันที่ 252
            เธอใส่ปุ๋ยอย่างพอเหมาะและพรวนดินให้ต้นไม้ด้วยอารมณ์สดใส โดยมีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

วันที่ 300
            การเอาใส่ใจ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอ ทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่มอีกครั้งหนึ่งและสิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆ รูปร่างคล้ายหัวใจ เด็กหญิงตื่นเต้นและดีใจกว่าทุกๆครั้ง

วันที่ 340
            เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่างเธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะไรต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใดอีกเธอเฝ้าทะนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

วันที่ 365
            เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่างกระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้วดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไปแต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่างเขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอเข้าใจเธอ และหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย.....
***คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะไร****

เด็กหญิงคนนั้นใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก
และเธอก็ได้เรียนรู้ว่า
            * เมื่อเธอรดน้ำมากๆ
 ไม่ได้แปลว่ามันจะเติบโตเร็ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึงก็เป็นได้
            * การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ตลอดไป
            * การรอคอยเมื่อครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
 แต่นานเข้าจะกลายเป็นความท้อแท้และเบื่อหน่าย
            * ถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้
            * ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
            * การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไร
เมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น
คุณหล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในความรัก
.
ความรัก ไม่มีข้อปฏิบัติที่ตายตัว
แต่ละคนจึงต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามวิธีที่แตกต่างกัน...

อ่านต่อได้ที่  ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ (2)

By Honey Be Love