วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ (2)

ต่อจาก ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ(1)



              ซึ่งเมื่อส่งไปแล้ว ก็ไม่ได้ติดตามผล เว็บอะไรยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทว่าหลังจากนั้น เป็นปี เราก็ได้เห็นบทความนี้ อีกครั้ง ในรูปแบบของ forward mail *0* โอ้ววว ว แค่ชื่อเรื่องก็สะดุดหูแล้ว ทว่าเนื้อหา แปลกประหลาดขนาดนี้ ย่อมต้องจำได้อย่างแน่นอน แต่ทว่า ชื่อ บทความ มันไม่ใช่นี่หว่า ...แต่เนื้อหานี่มัน ใช่เลย ก็เลยลองเสิร์ทหา ดูในพี่กลู  ใครเลยจะรู้ ว่าบทความนี้ก็ฮิตเหมือนกันแฮะ มีแปะอยู่หลายที่ และแต่ละที่ ไม่บอกที่มาของบทความ ? ไม่ให้เครดิตแก่ผู้แต่ง(ซึ่งก็คงไม่รู้ว่าใคร) อย่างน้อยอาจจะบอกว่าเป็นบทความที่ตัวเองไปเจอมาก็ยังดี 
             บางคนทำไม่รู้ไม่ชี้ ก๊อบมาเหมือนตัวเองเป็นคนเขียนซะอย่างนั้น แม้จะเคืองอยู่บ้าง แต่ก็คิดว่า การที่หลายๆ คนได้อ่านบทความที่เราเขียนก็ถือว่าเราได้รางวัลอย่างหนึ่ง  ถ้าเขาอ่านแล้วรู้สึกดี ก็ทำให้เรารู้สึกดีไปด้วย หลายครั้งที่เห็น  comment ที่ชอบบทความนี้ ชื่นชมผู้เขียน(ที่แอบอ้างไป) ก็ได้แต่ตื้นตันใจอยู่ในมุมมืด T^T แม้บางคนจะเอาบทความไปดัดแปลงบ้าง แล้วเนียนเป็นของตัวเอง แอบใส่คำใหม่เล็กๆ น้อยๆ ลงไปแล้วถือว่าเป็นคนแต่ง *0* แต่เราก็ปล่อยๆ เรื่องนี้ไป แต่มีอยู่บทความหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกไม่ดีที่สุด จนต้องมาระบายใน blog อยู่นี้


Credit : www.love4home.com

คำว่า “รัก” สั้นแต่บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้คำๆ นี้ อีกหลายๆ คนก็ต้องเสียอนาคตและบางคนถึงกับต้องจบชีวิตของตนเองก็เพราะคำนี้ ในขณะที่อีกหลายๆ คนดูเหมือนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้คำว่า “รัก” มีชีวิตครอบครัวที่ใครๆ อิจฉา แต่จริงๆแล้วเจ้าตัวไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับพยายามดิ้นรนเพื่อเรียนรู้คำว่า “รัก” จนครอบครับสับสนวุ่นวาย ผมเชื่อว่าคนที่เกิดมาทุกคนนอกจากความรักที่ได้รับจากคุณพ่อคุณแม่และญาติ พี่น้องแล้วพวกเขาก็สนใจที่จะเรียนรู้คำว่า “รัก” อยู่ตลอดชีวิต ผมมีนิทานที่จะเล่าให้ฟังครับ หวังว่าเมื่ออ่านจบแล้วพวกเราคงได้เข้าใจและเรียนรู้คำว่า “รัก” ได้มากขึ้น เรื่องมีอยู่ว่า....

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมรั้ว เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

..วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง..

..วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก็มีปลาทองออกมาจากเมล็ด นั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู

..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ

..วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่แรงกล้า

...วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด และดูแลต้นไม้ เธอรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน เธอทิ้งต้นไม่นั้นไว้โดยไม่สนใจมันอีก..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสี เหลือง ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก
..วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วย ความหวัง

..วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

..วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาด ใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีแดงเล็กๆรูป ร่างคล้ายหัวใจ... เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง

..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีแดงนั้นทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะกลายเป็น อะไรต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอเพียงทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีแดงรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!!
..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย......

" คุณรู้หรือยังว่า
ดอกไม้สีแดงรูปหัวใจกลายเป็นอะไร ? "

เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก และในที่สุดเธอเรียนรู้ว่า

1. ต้นไม้แห่งความรัก หากรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่จัด และดูแลต้นไม้มากจนเกินไปไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโต แต่มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง อาจดูน่าสนใจแต่สิ่งที่ได้มานั้นจะนำมาซึ่งความผิดหวัง เสียใจก็เป็นได้

2. การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บ ปวดมากเท่านั้น และถึงแม้เราจะยอมรับที่จะสูญเสียแต่ก็ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้

3. ช่วงแห่งการดูใจกันหากจะรักใคร จงปลดปล่อย "คนที่รัก" ให้เป็นอิสระ หากรักนั้นย้อนกลับมา รักนั้นก็คือของเราและจะเป็นของเราตลอดไป หากรักนั้นมิได้กลับมา รักนั้นก็มิได้เป็นของเราตั้งแต่แรก

4. การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป

5. ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรักแท้ เพราะ รักเริ่มต้นใหม่ได้ด้วย
-การรู้จักให้อภัย รู้จักลืมสิ่งที่เคยผิดพลาดระหว่างกัน
-การ รู้จักขอโทษ และไม่พยายามทำผิดอีก
-ความอดกลั้น อดทน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน
-ความเข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วปรับความเข้าใจใหม่อยู่เสมอ
-ความไว้ วางใจกัน ต่างต้องรู้จักเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก เพราะว่า ต้นไม้ใดๆ ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้
- ความเสียสละ ไม่ยึดติด ไม่เรียกร้อง และปราศจากเงื่อนไข

คุณล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในคำว่า "รัก".....
และคำว่า "รัก" ของคุณเป็นเช่นไร ?

ดอกไม้สีขาวของตูไฉนกลายเป็นแดงไปได้ ? ข้อสรุปทั้ง 5  โดยเฉพาะข้อ 5 มันไม่ใช่นี่หว่า (ถึงแม้ข้อ  อื่นจะใกล้เคียง แต่ก็ถูกแต่งเติมไปมาก) แถมเขาได้เครดิตด้วยนะ *0*
แต่เอาเถอะ อย่างน้อยเราก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำมาตั้งแต่เห็นบทความตัวเองถูกเผยแพร่ โดยมีชื่อคนอื่นเป็นคนแต่งแล้ว นั่นคือ ได้บอกออกไปซะทีว่าบทความนี้ ข้าพเจ้าเป็นคนร่างมันขึ้นมาเอง ที่บอกว่าร่างนี้เพราะใช้วิธีด้นสดจริงๆ ไม่มีเซฟเก็บไว้เกลาแต่อย่างใด  จึงมีความรู้สึกว่า ภาษายังไม่ถูกใจเท่าไหร่ และอาจมีบางคนจับผิดว่าเราขี้ตู่ เอาผลงานลึกลับไม่มีที่มาที่ไปมาเป็นของตัวเอง -_-“ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เวลาไปเจอ blog คนอื่น หรือเว็บสาธารณะอื่น โพสบทความตัวเองไว้ แล้วแอบอ้างว่าเป็นคนแต่ง (มันคงไม่คิดว่าเจ้าของเขาจะมาเจอ) แล้วไม่อยากจะไปเม้นท์ว่า นี่มัน บทความเค้าเอง เพราะไม่อยากจะไปทะเลาะกับเจ้าของกระทู้ หรือ พลพรรค ที่หลับหูหลับตาเข้าข้างเจ้าของกระทู้ เพียงเพราะเป็นเพื่อนกัน รู้จักกันมานานในโลกออนไลน์(?) เขาไม่ทำแบบนั้นหรอกแกอย่ามาแอบอ้าง สร้างกระแส เม้าท์มอยส์ ใส่ร้ายนะยะ
           
            อย่างน้อยบทความนี้ ก็ได้บอกที่มาที่ไป ของบทความ 365 วัน ......แหละว่าเป็นมาอย่างไร และใครเป็นคนแต่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งที่อยากบอกและเป็นความคิดที่ขัดแย้งในใจตัวเองอยู่เหมือนกันในการจะบอกเรื่องนี้ออก
สื่อ ก็คือ
            บทความ ไม่สำคัญว่ามีแหล่งที่มาจากไหน ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าผู้แต่งคือใคร เพียงแต่คุณอ่านมันแล้วชอบหรือไม่ แค่ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อบทความแค่นั้นผู้เขียนก็ซาบซึ้งแล้วค่ะ

By Honey Be Love

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น