in memorise
เช้าตรู่ของวันเสาร์ ที่ 16 ม.ค.53 ฉันนั่งรถกลับจากโรงพยาบาล
เวลาตอนนั้นคือ ประมาณเกือบ 8 โมงเช้า สองข้างทางที่รถผ่าน
ฉันเฝ้ามองดูผู้คนที่ใช้ชีวิตยามเช้าตามปกติ พวกเค้าคงทำกิจวัติ
ประจำวันเหมือนเดิม มีเพียงครอบครัวเรา ที่ไม่เหมือนเดิม......
ระยะทางระหว่างรพ.ถึงบ้านนั้น ฉันรู้สึกว่ามันไกลเหลือเกินตลอดทาง
ฉันยังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องจริง นี่มันคงเป็นเหมือนฝันร้าย
ที่แค่ฉันตื่นขึ้นทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่
...ตอนประมาณ 7 โมงฉันและบางคนในครอบครัวยืนอยู่รอบๆเตียง
คนไข้ พวกเราแม้รู้อยู่แก่ใจว่าอาการของตาเป็นเช่นไรในตอนนี้
แต่มันเกินจะรับได้จริงๆ ทุกคนต่างเข้าไปบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย
ใกล้ๆกับหูตา แต่ฉันยืนนิ่งอยู่ปลายเตียง มือจับปลายเท้าตาไว้ ฉัน
ไม่ได้พูดสิ่งใดออกไป แต่สิ่งที่คิดอยู่ในใจคือ "รักตานะ รู้ใช่มั้ย"
คลื่นหัวใจเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ พอเป็นศูนย์ ทุกคนร้องไห้ออกมา
เสียงสะอื้นรอบเตียงดังขึ้น น้ำตาของฉันไหลออกมาแต่ไร้เสียงใดๆ
เสียงสะอื้นรอบเตียงดังขึ้น น้ำตาของฉันไหลออกมาแต่ไร้เสียงใดๆ
ฉันมองตา ลูบขาตาไปมา กราบเท้าท่านเป็นครั้งสุดท้าย และเดิน
ออกมาจากห้อง ICU ในใจยังคิดว่าท่านยังไม่ตาย อาจมีใครมาช่วย
ปั๊มหัวใจท่านอีกครั้ง เดี๋ยวพยาบาลต้องวิ่งออกมาแล้วบอกว่า
"หัวใจเต้นแล้วค่ะ" ฉันยังคงนั่งอยู่หน้าห้อง ICU แต่แยกตัวออกมา
ให้ผู้ใหญ่จัดการเรื่องต่างๆ ซึ่งต้องรอหมอมาตรวจและเซ็นต์ออกใบ
มรณะอีกที ในหัวฉันยังไม่คิดเรื่องอื่น นอกจากมองไปนอกหน้าต่างคิด
เรื่องราวต่างๆมากมายที่ผ่านมา ทุกเรื่องราวไม่มีลำดับ พวกมันพยายาม
แทรกตัวเข้ามาในความคิดของฉัน ฉันนิ่งไปนานกว่าจะเริ่มรู้สึกถึง
ความว่างเปล่า แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลอีกครั้ง คราวนี้ฉันสะอื้นตัวโยน
เหมือนกับฉันเพิ่งจะรับรู้ว่า เลข 0 ในห้อง ICU นั้นหมายถึงอะไร


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น